มะนาว เว็บไซต์สาระดีๆ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง

มะนาว เว็บไซต์สาระดีๆ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง

มะนาว เว็บไซต์ที่รวบรวมสาระดีๆจากทั่วทุกมุมโลก จากประสบการณ์ เรื่องราววัฒนธรรม ต่างแดน ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง เที่ยว ดื่ม กิน แฟชั่น บันเทิง เรียนภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และเรื่องน่ารู้อีกมากมายที่มาอัพเดทให้คุณทุกวัน

หญงไทยอวน จนตดอนดบ

หญิงไทยอ้วน ติดอันดับ ได้ยินแล้วอยากจะกรี๊ดด!!

ได้ยินแล้วอยากจะกรี๊ดด !... หญิงไทยอ้วน จนติดอันดับ รู้หรือไม่ว่าอันดับจำนวนคนอ้วนในกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น ประเทศไทยของเรา ทางฝ่ายหญิงนั้นอยู่ในอันดับ 2 โดยอันดับที่ 1 ก็คือมาเลเซีย ส่วนฝ่ายชายอยู่อันดับ 3 ซึ่งอันดับ 1 และ 2 ก็คือ มาเลเซียและสิงคโปร์ตามลำดับ ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยของเรามีประชากรที่กำลังอยู่ในภาวะของความอ้วนนั่นเอง

ผู้เชี่ยวชาญ ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวไว้ว่า ภาวะอ้วนหรือโรคอ้วนนั้นพบว่ามีสูงมากในกลุ่มผู้หญิงถึง 42% และในผู้ชาย 33% สาเหตุที่อ้วนก็เนื่องจากการรับประทานอาหารแล้วได้รับพลังงานมากกว่าที่ร่างกายต้องการ และร่างกายก็เก็บสะสมพลังงานเหล่านั้นไว้ สาเหตุที่ผู้หญิงอ้วนง่ายกว่าผู้ชายก็เพราะว่า ร่างกายของผู้หญิงจะมีสัดส่วนที่เป็นไขมันในปริมาณที่มากกว่าผู้ชาย อย่างเช่น น้ำหนักตัว 100 กิโลกรัม ในผู้หญิงจะมีไขมันในร่างกายอยู่ 20-25% แต่ในขณะที่ผู้ชายจะมีไขมันอยู่เพียงแค่ 15% เท่านั้น และอีกอย่างในแต่ละวัน ผู้ชายจะมีกิจกรรมการใช้แรงหรือการกำลังมากกว่าผู้หญิง

อ้วนแล้วผิดตรงไหน?

ความจริงแล้วมันไม่ผิดหรอกที่อ้วน เพียงแต่ว่าคนที่อ้วนนั้นจะมีโอกาสที่จะเป็นโรคเบาหวานมากกว่าคนที่ไม่อ้วน โดยดูจากสถิติของโรคเบาหวาน ซึ่งพบว่า ร้อยละ 8.9 ของประชาชนไทยที่มีอายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไปจะเป็นโรคเบาหวาน ฉะนั้นเมื่อเริ่มเป็นโรคเบาหวานแล้วร่างกายก็จะมีโรคต่างๆ ตามมาไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน โรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้นเมื่อเป็นโรคอ้วนแล้วจะทำให้เป็นโรคต่างๆ ตามมาและเมื่อถึงเวลาที่ล้มป่วยก็จะกลายเป็นภาระของตนเองและคนรอบข้างที่จะต้องมาดูแล

ดูยังไงว่าเราเป็นหญิงอ้วน?

วิธีจะดูว่าแค่ไหนถึงเรียกว่าอ้วน ก็ให้ดูจากดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) ที่เกิดจากการคำนวณระหว่าง น้ำหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัม แล้วหารด้วยส่วนสูงมีหน่วยเป็นเมตรซึ่งต้องยกกำลัง 2 เพียงเท่านี้ก็จะได้ค่าดัชนีมวลกายของแต่ละบุคคลออกมา โดยดัชนีมวลกายเป็นการคำนวณเพื่อเปรียบเทียบว่าน้ำหนักกับส่วนสูงนั้นสมดุลกันหรือไม่

Body Mass Index หรือ BMI = น้ำหนักตัว (kg) / ส่วนสูง m²

การประเมินค่า BMI มาตรฐานของคนอาเซียน

• น้อยกว่า 18.5 แสดงว่าน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน

• 18.5-22.9 น้ำหนักปรกติ

• 23-24.9 เริ่มอ้วนระดับ 1

• 25-29.9 อ้วนระดับ 2

• มากกว่าหรือเท่ากับ 30 แสดงว่าอ้วนตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป

เมื่อเทียบดัชนีมวลกายของผู้หญิงจากประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเชียน พบว่าผู้หญิงมาเลเซียมีค่า BMI โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 25.7 ผู้หญิงไทย 19 ล้านคนมีค่า BMI โดยเฉลี่ยเท่ากับ 24.5 หญิงไทยอ้วน จนติดอันดับที่ 2 กันเลยทีเดียว ในขณะสาวฮ่องกงและญี่ปุ่นนั้นมีค่าดัชนีมวลกายลดลงกว่าปีก่อนๆ สำหรับคนไทยหรือคนเอเชียนั้น จะต้องมีดัชนีมวลกายน้อยกว่าหรือไม่เกิน 23 และในช่วง 23-24.9 นั้นก็จะเป็นภาวะที่ร่างกายอยู่ในช่วงของภาวะที่ร่างกายเริ่มมีน้ำหนักเกิน แต่ถ้าค่าดัชนีมวลกายเกิน 25 ไปก็ถือว่า อ้วน และการดูว่าอ้วนหรือไม่อีกอย่างหนึ่งก็คือการดูรอบเอวโดยผู้หญิงควรมีรอบเอวไม่เกิน 80 เซนติเมตร ในผู้ชายไม่ควรมีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร

ทำอย่างไรไม่ให้ลงพุง?

เมื่อเราเริ่มมีความรู้สึกว่าอ้วนขึ้นก็ควรที่จะเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเริ่มหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอซึ่งควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันหรือสัปดาห์ละ 150 นาที การรับประทานอาหารก็ควรที่จะเลือกรับประทานอาหารประเภทผักมากกว่าการทานแป้ง หรือพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เรื่องของสภาวะอารมณ์ก็ควรที่จะพยายามทำให้จิตใจนั้นรู้สึกสดชื่นแจ่มใส นอกจากนั้นยังควรที่จะหลีกเลี่ยงการสูบบุรี่หรือบริเวณที่มีการสูบบุรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ไม่เพียงเท่านั้นเราก็ต้องคอยติดตามดูในเรื่องของน้ำหนักเรื่อยๆ อีกด้วย เพียงเท่านี้ หญิงไทย สาวไทยอย่างเราก็จะไล่พุงออกไปไกลๆ ได้แล้วค่ะ