มะนาว เว็บไซต์สาระดีๆ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง

มะนาว เว็บไซต์สาระดีๆ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง

มะนาว เว็บไซต์ที่รวบรวมสาระดีๆจากทั่วทุกมุมโลก จากประสบการณ์ เรื่องราววัฒนธรรม ต่างแดน ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง เที่ยว ดื่ม กิน แฟชั่น บันเทิง เรียนภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และเรื่องน่ารู้อีกมากมายที่มาอัพเดทให้คุณทุกวัน

 

ภูทอก หรือวัดเจติยาคีรีวิหาร

วัดภูทอกก่อตั้งขึ้นโดย พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เพื่อให้เป็นสถานบำเพ็ญเพียรภาวนาปฎิบัติธรรม ของพระภิกษุ สามเณรและผู้ที่ตั้งใจมาปฏิบัติธรรม จุดเด่นของภูทอกคือภูเขาหินทรายที่เต็มไปด้วยหน้าผาหิน มีสะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบๆ แบบ 360 องศา มีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 5 ปี เปรียบดั่งดินแดนสวรรค์ 7 แบ่งเป็นภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย ภูทอกที่เราสามารถขึ้นไปปฏิบัติธรรม และชมทัศนียภาพโดยรอบได้คือภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่ยังไม่เปิดให้เข้าไป 

สะพานและบันไดเวียนรอบภูทอกสร้างจากไม้ปักไปในหิน พื้นที่บางส่วนตรงข้างล่างสะพานจะมีเหล็กยึดเจาะเข้าไปในหินอีกที ต้องยกย่องในความสามารถของผู้ที่สร้างขึ้นด้วยวิธีแบบชาวบ้าน ไม่มีวิศวกรและเครื่องจักรใดๆ ทั้งสิ้น จากชั้น 4 ขึ้นไปชั้น 5 จะเป็นบันไดสูงชัน ชั้น 5 เป็นที่ตั้งของถ้ำพระวิหาร ข้างในมีพระพุทธรูปและภาพถ่ายของพระอาจารย์จวน ผู้ก่อตั้งวัดภูทอกแห่งนี้ ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดปฎิบัติธรรมของผู้แสวงบุญ
จุดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของภูทอกคือ พุทธวิหาร มีข้อมูลบอกว่าเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ หลวงปู่จวนบอกว่า “พุทธวิหารนี้ เป็นที่ที่ปัจเจกพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเสด็จมาดับขันธ์นิพพาน” เป็นคำพูดของหลวงปู่ขาวที่เคยบอกไว้ พุทธวิหารแห่งนี้มีลักษณะแปลกตา มีแท่นหินวางไว้ข้างบนคล้ายกับพระธาตุอินทร์แขวนที่เมียนมาร์

ประวัติ ภูทอก

ก่อตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช 2483 โดยพระอาจารย์จวน ที่ปฏิบัติธรรมอยู่ที่ภูวัว อำเภอเซกา แล้วเกิดนิมิตรฝันเห็นปราสาทที่สวยงามตั้งอยู่ 2 หลัง ตั้งอยู่ทางภูทอกน้อย พระอาจารย์จึงเดินทางมาพิสูจน์แล้ว พบกับทัศนียภาศที่สวยงาม ร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะกับการปฏิบัติธรรม พระอาจารย์จวน และพระครูศริธรรมวัฒน์ จึงปักกรดบำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่ในถ้ำ บนภูทอก ชาวบ้านคำแคนเห็นพระสงฆ์มาปฎิบัติธรรมในถ้ำ ก็เกิดความศัทธา นำภัตตาหารมาถวาย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2512 ชาวบ้านได้ร่วมมือร่วมใจ ช่วยกันสร้างบันไดจนถึงชั้นที่ 6 และปลูกสร้างเสนาสนะให้เป็นที่อยู่อาศัยของภิกษุสงฆ์ไว้ที่ชั้น 5 โดยใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 2 เดือน 10 วัน ในปี พ.ศ. 2513-2514 พระอาจารย์จวนและชาวบ้านช่วยกันสร้างระบบน้ำประปาขึ้นมาภายในวัด ต่อมาทางกองทัพอากาศดอนเมืองได้ถวายเครื่องไฟฟ้าแรงสูง สำหรับใช้ภายในวัด 

ชาวบ้านเล่าว่า ช่วงแรกๆยังไม่มีบันได เวลาชาวบ้านไปถวายถวายภัตตาหารก็จะยึดเถาวัลย์ไต่ขึ้นไป จากคำบอกเล่าของคุณลุงท่านหนึ่งซึ่งเป็น 1 ในช่างที่ร่วมสร้างสะพาน คุณลุงบอกว่า ได้เริ่มสร้างสะพานไม้รอบเขาจากชั้น 5 โดยการใช้สิ่วสะกัดหินอย่างยากลำบาก ฝังเสาขนาดใหญ่ลงไปเพื่อเป็นตัวยึด นั่งร้านหรือไม้ไต่ ทำจากไม้เนื้อแข็งสองท่อนผูกปลายทั้งสองข้างโยงกับเสาไม้ จากนั้นก็ใช้สิ่วเจาะหินเป็นร่องๆ เพื่อให้สอดไม้เข้าไปได้ สะพานแต่ช่วงจะทำเป็นคานยาวประมาณ 1 เมตร ตรงกลางมีคานไม้รองรับอีกชั้นหนึ่ง พอสร้างเสร็จแล้วก็ขยับนั่งร้านสร้างต่อไปเรื่อยๆ จนล้อมรอบทั้งเขา ต้องใช้ความเพียรพยายามอยู่นานถึง 3 เดือน จึงสร้างสะพานไม้ชั้น 5 เสร็จ ในปีนั้นชาวบ้านจึงได้เดินเวียนเทียนออกพรรษา รอบภูทอกบนสะพานไม้ที่ร่วมใจกันสร้างขึ้นมา

วัดจากฐานถึงยอด ภูทอกมีความสูง 460 เมตร ฐานชั้นที่ 6 วัดโดยรอบได้ 800 เมตร ฐานชั้นที่ 6 วัดโดยรอบยาวถึง 800 เมตร มีเนื้อที่ 78 ไร่ 3 งาน 18 ตารางวา พื้นที่บริเวณภูทอกรายล้อมด้วยที่ราบอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยผืนป่า ปัจจุบันกลายเป็นสวนยางพารา ซึ่งจังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดในภาคอีสานที่มีพื้นที่การปลูกยางพารามากที่สุดโดยเฉพาะที่อำเภอบึงกาฬ ไม่ไกลออกไปจากภูทอกจะมีทั้งภูวัว ภูเขาลังกา เป็นภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ คนสมัยก่อนมักจะมาหาสมุนไพรที่นี่เพื่อเอาไปปรุงเป็นยา อย่างบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ปฎิบัติธรรม ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ดังนั้นผู้ที่อยากจะสัมผัสกับความสงบ หรือชมความงามของสถานที่นี้ ควรที่จะสำรวม ให้ความเคารพสถานที่ ไม่ส่งเสียงดังซึ่งจะเป็นการรบกวนผู้ปฏิบัติธรรม รวมถึงการมีสติเวลาที่เดินไปตามสะพานไม้ ที่อาจจะผุ ลื่น จนเกิดอันตรายได้ตลอดเวลา

ภูทอกเป็นสถานที่ที่ยังเป็นธรรมชาติและเงียบสงบ ที่พวกเราควรช่วยกันดูแลและอนุรักษณ์ไว้ ไม่ควรเอาของกินขึ้นไป ทิ้งขยะหรือขีดเขียนตามหินต่างๆ หากมีใครเห็นขยะก็ช่วยกันเก็บลงมา ให้ภูทอกอยู่คู่บึงกาฬต่อไป

ที่ตั้ง : วัดเจติยาคิรีวิหาร(วัดภูทอก) บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ
การเดินทาง : วัดภูทอก อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 186 กิโลเมตร การเดินทางด้วยรถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ทาง หนองคาย - บึงกาฬ - ศรีวิไล ห่างจากอำเภอศรีวิไลออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร ไปทางแยกซ้าย ขับผ่านบ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม จนถึงบ้านนาคำแคน ที่ห่างจากภูทอกเป็นระยะทางอีก 20 กิโลเมตร


Tag #ภูทอก #บึงกาฬ #ประวัติ