การเมารถ เมาเรอเกดจากอะไร

การเมารถ เมาเรือ เกิดจากอะไร? วิธีแก้การเมารถ

การเมารถ เมาเรือ (Motion sickness) หรือเมาการเดินทางทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน หรือแม้กระทั่งเมาเครื่องเล่นในสวนสนุก อาการเมารถเป็นความทรมาณอย่างหนึ่งการเดินทาง จนทำให้คนที่มีอาการเหล่านี้เข็ดขยาด ทำให้ในการเดินทางในแต่ละครั้งนั้นเกิดความกังวลก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า การเมารถเกิดจากอะไร ทำไมอาการเมารถถึงไม่เกิดขึ้นกับทุกคน วิธีหลีกเลี่ยงหรือวิธีแก้การเมารถทำอย่างไร?

การเมารถ เกิดจากอะไร?
อาการเมารถหรือเมาเรือ เกิดขึ้นจากระบบควบคุมการทรงตัวทำงานไม่สมดุลกันเลยทำให้สมองตีความหมายออกมาผิดๆ ระบบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการทรงตัวในร่างกายของเรานั้นมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน คือ

1. ระบบการเคลื่อนไหวของลูกตาและการมองเห็น
2. ระบบการเคลื่อนไหวของของเหลวที่อยู่ในหูชั้นใน ที่มีความสำคัญในเรื่องของการทรงตัว
3. ระบบกล้ามเนื้อลาย ข้อต่อต่างๆ



เวลาที่เราเคลื่อนไหวแบบปรกติเช่นการเดินไปมา ระบบกล้ามเนื้อข้อต่อต่างๆ จะมีการขยับ สายตาเราจะมองเห็นว่าเรากำลังเคลื่อนไหว ระบบการทรงตัวจะรับข้อมูลจากทางสายตาแล้วประสานงานกับระบบหูชั้นใน จากนั้นสมองก็จะประมวลผลออกมา หากทั้งสามระบบเกิดทำงานไม่สอดคล้องสมดุลกัน เช่นเวลานั่งรถหรือเรือที่เหวี่ยงมากๆ ลูกตาก็จะมีการเคลื่อนไหว ถูกกระตุ้นมากเกินไป แต่ระบบการเคลื่อนไหวของของเหลวที่อยู่ในหูชั้นในนั้นปรับตัวไม่ทันกับข้อมูลที่ได้รับจากสายตา จึงประสานงานกันไม่ดีและส่งสัญญานสับสนไปยังสมอง ทำให้สมองประมวลผลไม่ถูกจึงมีการสั่งการไปยังระบบประสาทอัตโนมัติและกระตุ้นให้เกิดอาการเมารถ เมาเรือขึ้นมานั่นเอง   

ลักษณะทั่วไปของอาการเมารถ เมาเรือ
อาการเมารถ เป็นอาการที่เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติถูกกระตุ้น ทำให้รู้สึกวิงเวียนศีรษะ รู้สึกกระอักกระอ่วนคลื่นไส้จนอยากอาเจียนออกมา เหงื่อออก หายใจถี่ๆ ตัวเย็น หน้าซีดคล้ายกับคนจะเป็นลม 

วิธีหลีกเลี่ยงหรือแก้การเมารถทำอย่างไร?
การเมารถอาจทำให้หลายคนกังวลใจและอับอายจนไม่อยากเดินทางไปไหนไกลๆ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากคุณรู้จักวิธีแก้อาการเมารถแบบง่ายๆ ที่คุณสามารถปฏิบัติเองได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. ในการเดินทางหากเราสามารถเลือกที่นั่งได้ก็ควรที่จะเลือกนั่งในบริเวณส่วนหน้าของตัวรถ และควรมองตรงไปข้างหน้าเนื่องจากระบบประสาทของเราสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของรถได้เร็วทำให้ร่างกายและสมองของเราปรับตัวได้ดีขึ้น หลีกเลี่ยงการมองไปข้างทางเพราะจะเห็นสิ่งต่างๆ ที่มีการเคลื่อนไหวมากกว่า และการนั่งข้างหน้าการสั่นสะเทือนของรถจะมีน้อยกว่าข้างหลัง ซึ่งประสาทหูชั้นในจะทำหน้าที่รับรู้การสั่นสะเทือนโคลงเคลงเวลาที่รถตกหลุมตกบ่อ

2. ในระหว่างการเดินทางไม่ควรที่จะจ้องมองโทรศัพท์มือถือหรืออ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ เพราะมันอาจจะทำให้ขาดสมาธิจนทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวให้มีความสมดุลกับการเคลื่อนไหวของรถได้

3. การดื่มน้ำอัดลมในขณะเดินทาง แต่ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งในกรณีนี้จะช่วยให้คนที่มีอาการมวลท้องรู้สึกดีขึ้นได้เนื่องจากในน้ำอัดลมนั้นจะช่วยขับกรดออกจากกระเพาะอาหาร

4. ไม่ควรงด หรือว่าทานอาหารมากเกินไป บางคนกลัวว่าเวลาเมารถจะอาเจียนออกมาเลยอดอาหารก่อนเดินทาง แต่ทราบหรือไม่ว่า เวลาท้องว่างจะยิ่งทำให้เกิดการ้มารถง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรทานอาหารมากเกินไปก่อนเดินทาง โดยเฉพาะของมันๆ เพราะจะทำให้คลื่นไส้ได้มากขึ้น ทางที่ดีควรเตรียมถุงไปด้วยเผื่อมีการอาเจียนออกมา 

5. การใช้ยาดม ยาอม ยาหม่อง หากคุณรู้สึกเริ่มมีอาการเมารถคุณก็สามารถหยิบยาดมหรือยาหม่องเพื่อสูบดมหรืออาจจะใช้นวดเบาๆ ที่ขมับทั้งสองข้างเพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการเมารถหรืออาการวิงเวียนศีรษะลงได้

6. เปิดหน้าต่างระบายอากาศเป็นครั้งคราวเพื่อให้ร่างกายไดรับออกซิเจน ซึ่งนั่นจะช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะได้

7. ใช้แผ่นบรรเทาปวด แปะไว้ที่บริเวณสะดือจะช่วยลดการคลื่นไส้ ลดเฉพาะอาการคลื่นไส้นะคะ เพราะตัวยาจะซึมไปใต้ผิวหนังบริเวณท้อง ช่วยกดการรับรู้ของระบบประสาทที่ตอบสนองการคลื่นไส้ ซึ่งอยู่บริเวณนั้น

8. หากใครที่มีอาการเมารถมากๆ ก็สามารถรับประทานยาแก้อาการเมารถก่อนการออกเดินทางได้เพื่อความสบายใจและความสุขในขณะเดินทางเนื่องจากยาชนิดนี้จะช่วยทำให้ร่างกายของเราปรับตัวให้สมดุลกับการแล่นของรถในขณะเดินทางได้ โดยยาแก้อาการเมารถนั้นสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยาทั่วไป ควรทาน 30 นาทีก่อนขึ้นรถนะคะ

9. การรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวต่างๆ เช่น มะม่วง มะยม มะดัน เป็นต้น เนื่องจากผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวนั้นจะช่วยทำให้ร่างกายของคุณรู้สึกตื่นตัวและช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะได้ แต่อย่างไรก็ตามควรที่จะรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมเพราะหากรับประทานมากจนเกินไปก็อาจจะกลายเป็นว่าทำให้เกิดอาการท้องเสียแทน

10. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง การหลับระหว่างเดินทางก็ช่วยลดอาการเมารถได้เช่นกัน

สำหรับใครที่มีอาการเมารถหรือกำลังจะออกเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจแต่ยังกลัวหรือกังวลกับเรื่องของการเมารถก็สามารถนำวิธีที่กล่าวไปข้างต้นนั้นไปลองปฏิบัติดู เพื่อที่ตลอดการเดินทางของคุณจะได้มีแต่ความสุขและจะได้ไม่กังวลกับอาการเมารถอีกต่อไป